2007/Sep/21

ฉากหนึ่งของ 15 ค่ำ เดือน 11 ระหว่างสนทนากับหลวงพ่อโล่ห์ เสียงโทรศัพท์ของคานก็ดังขึ้น "รับเสียสิ โลกของเจ้าเรียกแล้ว" หลวงพ่อบอก....

ฉากหนึ่งของ The Village Album หลังจากเคนอิจิถ่ายรูปคุณยายคนเก่าแก่ของหมู่บ้านเสร็จ เขานั่งลงสนทนากับคุณยายผู้อาศัยเพียงลำพัง ฟังคุณยายเล่าถึงสามีผู้ล่วงลับอย่างมีความสุข แล้วเสียงโทรศัพท์ของทากาชิก็ดังขึ้น ทากาชิลุกเดินออกไปรับโทรศัพท์ เคนอิจิผู้เป็นพ่อเดิมตามมาแล้วปัดโทรศัพท์ของลูกทิ้ง ก่อนจะต่อยลูกชายของตัวเอง...

Part หนึ่งในที่อยู่ของหัวใจ วรพจน์เล่าถึงข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันที่ลงข่าวว่า คนกรุงโวย-ตู้โทรศัพท์เกลื่อนเมือง!!

มองไปตู้ไหนก็ไม่มีใครมายืนต่อแถวรอโทรศัพท์อีกแล้ว ประโยชน์ที่มองเห็นได้ชัดเจนของตู้โทรศัพท์คือเอาไว้หลบฝนเพื่อคุยโทรศัพท์มือถือ...ตลกร้าย แต่ใช่ มันคือเรื่องจริง

การปฏิเสธมือถืออยู่นานคือส่วนที่ผมคิดว่าน่านับถือตัวเอง ไม่ใช่ไม่อยากได้ แต่รู้สึกว่ามันเกินความจำเป็น โทรศัพท์สาธารณะก็มีอยู่ทั่ว การเดินไปคุยไปนั้นมันก็ไม่งาม มีเรื่องอะไรรีบร้อนนักหนา ยืนคุยกันก่อนสักพักก็ได้ และยิ่งเห็นใครคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนั่นยิ่งน่าเป็นห่วง แค่ใส่ใจกับเหตุการณ์รายทางก็ว่าระวังยากยังแบ่งสมาธิไปหาเสียงในเครื่องนั่นอีก ยิ่งขี่มอ'ไซค์ใช้มือข้างเดียวประคองแฮนด์เห็นแล้วก็ชวนให้ใคร่รู้ว่าเรื่องที่คุยนั่นมันสำคัญขนาดวางมืออีกข้างไปบังคับรถไม่ได้เชียวหรือ

ตั้งแต่มีมือถือเรื่องทั้งหมดที่กล่าวผมทำหมดและรู้ด้วยว่าเรื่องที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อคุยนั้นคือแค่อยากรู้ว่า "กินข้าวหรือยังครับ"

แน่นอนว่าไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงไปกว่าคนที่เราคิดถึงอยู่ยังไม่ได้ทานข้าว แค่หยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งเสียงตามหัวใจก็ได้รู้

ง่ายดาย,ทันอกทันใจ และแม้อยู่ไกลแค่ไหนเสียงแห่งความห่วงใยก็ส่งผ่านไปถึง

แล้วจู่ๆผมก็รู้สึกถึงความผิดปกติ

เราคุยกันมากเกินไปไหม มองข้ามอะไรไปหรือเปล่า และเข้าสู่โลกส่วนตัวโดยไม่สนคนรอบตัวนานเท่าไหร่แล้ว

ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่กันอย่างไร ทั้งที่มีเพียงจดหมายกับการรอคอย

อย่างหนึ่งที่ผมชอบจดหมายนั้นคือผมไม่คิดว่าจะมีใครเขียนจดหมายมาทะเลาะกัน ยิ่งกับคนที่รอคอยจดหมายด้วยแล้วจะมีความสุขมากเมื่อได้รับจดหมาย

แต่แปลกที่ผมเคยเห็นคนทะเลาะกันเพียงเพราะคนหนึ่งรอคอยเสียงอีกเสียงจากโทรศัพท์อีกเครื่อง ทั้งที่ไม่ได้รับเพียงแค่หนึ่งวัน

เราไม่คุ้นชินกับการรอคอย? และจะถึงขั้นเกลียดเวลารอเลยไหม?

อะไรที่เร็วทันใจจะฉุดลากหัวใจให้ไหวเอนง่ายง่ายได้หรือเปล่า?

...

ไม่รู้สิ, ผมอาจจะคิดมากเกินไป จึงเขียนเรื่องนี้ไว้ในวันที่มีโทรศัพท์สองเครื่อง...

Comment

Comment:

Tweet


อยากได้ยินประโยคนั้นอีกครั้ง "กินข้าวหรือยัง"question question
#26 by แก้มยุ้ย (61.19.88.37) At 2007-10-31 21:13,
แล้วกินข้าวหรือยังคะ ไม่ได้พูดประโยคนี้นานเท่าไรแล้วนะ อยากพูดให้ได้ยินอีกครั้งquestion question
#25 by (61.19.88.37) At 2007-10-31 21:11,


เคยเปน เข้าใจ
#24 by nami At 2007-09-25 12:51,
เราไม่ค่อยชอบโทรศัพท์นานๆ นะ
การมีโทรศัพท์มือถือ ทำให้วิถีการใช้ชีวิต
ของคนเราเปลี่ยนไป
การคุ้นชินกับการมีมันนั่นแหละ ทำให้คนเราไม่ชอบการรอคอย
และทำให้เราไม่รักษาคำมั่นมากขึ้นด้วย
คำมั่นแบบสัญญาไว้ รวมเรื่องการตรงเวลาด้วยค่ะ
ความสะดวกสบายแค่ยกหูโทรศัพท์เท่านั้น
ก็ทำให้เราเลื่อนเวลาการนัดพบที่เคยตกลงกันไว้ก่อนได้ แค่กริ๊งเดียว
#23 by moodee At 2007-09-24 08:54,
ตอบโต้...
.
ช่องว่าง...รอคนมาเติมเต็มค่ะ...เติมห่ายยยย...หน่อยยยยยย
#22 by ~*MaGiC_GirL*~ At 2007-09-24 08:13,
เราเป็นคนเกลียดการคุยโทรศัพท์

มีโทรศัพท์เอาไว้ แต่ไม่เคยเอาติดตัวไป

นาฬิกาก็เหมือนกัน

ไม่รู้สิ ...
มีมันเอาไว้ เหมือนทำให้เราต้องรีบ
รีบทุกๆอย่าง
อย่างน้อยๆการไม่มีนาฬิกา เราก็ได้เพื่อนใหม่เพิ่มอีกคน

"ตอนนี้กี่โมงแล้วค่ะ"
#21 by PaBaJa At 2007-09-23 19:31,
โลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงตาม มันก็แค่นั้นล่ะครับ
อะไรหลายๆอย่างหายไป แต่อะไรมากมายก็มาแทนที่

สังคมจดหมาย เปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมมือถือ ก็อาจพูดได้ว่าความคิดถึงการรอคอยเปลี่ยนเป็นความห่วงใยห่วงหาทุกๆนาทีแทน มันขึ้นอยู่กับมุมมองของเราในรูปแบบที่เปลี่ยนไปล่ะครับ

แต่สำหรับผม มือถือมีไว้โทรตอนเหตุฉุกเฉินอย่างเดียว
#20 by Crozzax At 2007-09-23 19:02,
Thanks a lot...
#19 by ~*MaGiC_GirL*~ At 2007-09-22 20:38,
มือถือมีคุณสมบัติพิเศษ นอกจาก fuction ที่มีมาพร้อมเครื่อง คือ
1. สามารถทำให้ระบบการใช้ชีวิตเจ้าของเครื่องเปลี่ยนไป
2. สามารถเปลี่ยนคนใจเย็นให้เป็นใจร้อนได้
3. สามารถเปลี่ยนคนหลายคนให้รักษาเวลาได้ดีขึ้น
4. สามารถส่งผ่าน บอกกล่าว ความรู้สึกดีดี ได้ทันใจ ทำให้ชีวิตมันอิ่มมากขึ้น
5. คิดไม่ออกแล้วค่ะ , อยากได้อะไรเติมเองนะคะ

การรอคอยนั่นถือว่าดี - ไม่ดี ก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่า เรากำลังรอคอยสิ่งใด ต่างหากค่ะ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ต่างต่างค่ะ
#18 by Bew At 2007-09-22 19:48,
ต่อไปจะลอง ไม่ใช้โทรศัพท์
แต่ เขียน จดหมาย อีเลคโทรนิค ติดต่อ หวานใจแทน
-- ก่อนนี้ไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้เลยนะคะ

-- จนได้มาอ่าน Entry นี้ อืม... มันก็จริง

-- บ่อยครั้งที่หงุดหงิดง่ายๆ แค่ปลายสายรับโทรศัพท์ช้า

-- เอามาทะเลาะกันใหญ่โต จนลืมเรื่องสำคัญที่จะพูดด้วยตอนโทรหา

-- บางที่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเราในบางเรื่อง ก็อาจทำให้สิ่งดีๆ บางสิ่งหายไปจากชีวิตเรา

-- คงต้องหันกลับมามองสิ่งดีๆ สิ่งนั้นบ้างแล้ว

-- เพิ่งเขียนจดหมายคุยกันได้สองฉบับแล้วเหมือนกัน

-- รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เวลาแกะอ่านจดหมาย
#16 by Evil-minded Angel At 2007-09-22 18:07,
55555555555555+++++
เป็นโรคติดโทรศัพท์ไปแล้ว

ทั้งที่เมื่อก่อน แค่คุยโทรศัพท์บ้าน 2 -3 นาที ก็ไม่ชอบแล้ว

แต่ตอนนี้จะเรียกว่าความจำเป็นได้ไหม
ในเมื่อโทรศัพท์ มันเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องมือทำมาหากินของเรา

ขนาดที่ว่า แบตหมด ยังโดนด่าเลย
ว่าปล่อยให้หมดได้ไง

เหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


บางทีการเขียนจดหมาย มันก็ ดีนะ

#15 by ฟ้าบ่กั้น At 2007-09-22 12:02,


ไม่ได้ใช้โทรสับมานาน

ได้อยู่กับตัวเองนานขึ้น

เอิ๊กๆๆ

#14 by Tukky_naja]] At 2007-09-22 10:30,
บางครั้ง คงเพราะเราคุยกันมากไป...


เธอ เลย

เบื่อผม
#13 by T o' M @ ZZ u ครับ At 2007-09-22 01:02,
เมื่อก่อนมี 3 แต่ตอนนี้เหลือ 2 เหมือนกันค่ะ..
.
เป็นคนติดโทรศัพท์ม๊ากกกก..
คุยได้ยันตีสองตีสามเยยยยย
#12 by ~*MaGiC_GirL*~ At 2007-09-22 00:51,
เวลาโทรบางทีเราไม่รู้หรอกว่าปลายสาย..พูดจริงแค่ไหน..ชอบคุยแบบเห็นหน้ามากกว่าคะ ..
#11 by ไอ้แป้น : i-phan At 2007-09-21 23:35,
มีโทรศัพท์สองเครื่องเหมือนกัน
ซึ่ง..ใช่ในการถามข่าวคราวของคนที่บ้านซะเป็นส่วนใหญ่

บางคราว..ก็นึกขำๆ ดี
มันจำเป็นแค่ไหนกัน??
แต่ก็นั่นล่ะนะ..อยู่กับความคุ้นชินมาเสียนาน

วันดีคืนดีที่ร่อนจดหมายไปตกที่บ้านใคร..
ก็ได้ยินเสียงผ่านอากาศกลับมาว่า "ส่งจดหมายมาเนี่ย..บ้าหรือเปล่า"
#10 by |:| ShaKo |:| At 2007-09-21 23:08,
ปล.เรายังเขียนโปสการ์ดคุยกับคนที่รักบ้าง ไม่ค่อยโทรหากันมากนัก แต่sms คุยกันบ่อยๆ อิอิ
ก็ดีนะ ทุกครั้งก่อนพิมพ์หรือเขียนอะไรลงไป สมองของเราได้กลั่นกรองมันแล้วละ
#9 by @ I'm a Box @ At 2007-09-21 20:07,
อืม รู้สึกเหมือนกัน
เราเบื่อการรอโรศัพท์มากๆๆๆๆๆๆ ....

ปล.เพราะผู้หญิงติดยาค่ะ อิอิ
ที่จริงพกยาเผื่อผู้ชายด้วยนะ ผู้ชายชอบตากฝน/ป่วย/ไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเอง อิอิ
#8 by @ I'm a Box @ At 2007-09-21 19:58,
ไม่ค่อยได้โทร โทรเท่าที่จำเป็น
แต่ถามว่าจำเป็นมั้ย ? มันจำเป็น
หลานผมเด็ก ป 4 ก็มีมือถือแล้ว
#7 by แพนด้าญี่ปุ่น At 2007-09-21 19:55,

เป็นอีกอย่างที่แต่ก่อนไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร

สองอาทิตย์ก่อนโทรศัพท์เจ๊ง
อึดอัดๆๆๆ
#6 by chubbyhole At 2007-09-21 19:30,
รูปในโฟรไฟล์ หน้าเหมือนรูปตอนทำtag เลยลูกหรอ?

อิอิ
#5 by @พักใจ At 2007-09-21 19:16,
ถ้าในสกานการณ์ฉุกเฉินช่วยได้เยอะเลย แต่ผู้คนยังคงใช้โทรศัพท์มือถือกันต่อไป ไม่หวั่นแม้วันค่าโทรจะบาน เรื่องการรอคอย ขนาดแค่รอสายยังหงุดหงิดเลยว่า ทำไมไม่รีบรับฟระ? ใจร้อนเหลือเกิน

สมัยนี้ต้องรุ่นใหม่เท่านั้น ฟังก์ชั่นเกินความเป็นมือถือเข้าไปทุกที ..

การเขียนจดหมายสนุก และ ตื่นเต้น กับการรอคอย ไม่ได้เขียนนานแล้วสิ
#4 by พ. At 2007-09-21 19:12,
เกิดอาการมักง่าย
.....
หลายครั้งก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า
เวลาที่เราไม่ได้ดั่งใจต้องการทำไมมันถึงทรมานนัก
หรือว่าเคยได้หลายสิ่งในชีวิตง่ายไป
จนเคยชินกับความมักง่าย
ความคุ้นเคยและอยู่กันอย่างเป็นมิตร
กับการรอคอยถึงไม่ลงตัว
.....
แน่นอนผมเคยชินกับความมักง่าย
และก็ยังมีทีท่าว่าจะยังคุ้นเคยมันอยู่ต่อไป
#3 by 030419 At 2007-09-21 19:03,
ไม่ได้เขียนนานแล้วล่ะครับ
กลิ่นไอของการรอคอยก็หายไป
...นานเท่าที่ไม่ได้เขียนจดหมาย
#2 by 「4GLORY」 At 2007-09-21 18:51,
บางทีมันก็มีประโยชน์ บางทีก็ทำให้อะไรๆมันง่ายจนเกินไป

ก็ใช้เท่าที่จำเป็นน่ะค่ะ
จดหมายก็ยังเขียนอยู่
แต่ถ้าเร่งด่วนคงต้องใช้โทรสับ
#1 by daranee At 2007-09-21 18:37,