ฉากหนึ่งของ 15 ค่ำ เดือน 11 ระหว่างสนทนากับหลวงพ่อโล่ห์ เสียงโทรศัพท์ของคานก็ดังขึ้น "รับเสียสิ โลกของเจ้าเรียกแล้ว" หลวงพ่อบอก....
ฉากหนึ่งของ The Village Album หลังจากเคนอิจิถ่ายรูปคุณยายคนเก่าแก่ของหมู่บ้านเสร็จ เขานั่งลงสนทนากับคุณยายผู้อาศัยเพียงลำพัง ฟังคุณยายเล่าถึงสามีผู้ล่วงลับอย่างมีความสุข แล้วเสียงโทรศัพท์ของทากาชิก็ดังขึ้น ทากาชิลุกเดินออกไปรับโทรศัพท์ เคนอิจิผู้เป็นพ่อเดิมตามมาแล้วปัดโทรศัพท์ของลูกทิ้ง ก่อนจะต่อยลูกชายของตัวเอง...
Part หนึ่งในที่อยู่ของหัวใจ วรพจน์เล่าถึงข่าวจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันที่ลงข่าวว่า คนกรุงโวย-ตู้โทรศัพท์เกลื่อนเมือง!!
มองไปตู้ไหนก็ไม่มีใครมายืนต่อแถวรอโทรศัพท์อีกแล้ว ประโยชน์ที่มองเห็นได้ชัดเจนของตู้โทรศัพท์คือเอาไว้หลบฝนเพื่อคุยโทรศัพท์มือถือ...ตลกร้าย แต่ใช่ มันคือเรื่องจริง
การปฏิเสธมือถืออยู่นานคือส่วนที่ผมคิดว่าน่านับถือตัวเอง ไม่ใช่ไม่อยากได้ แต่รู้สึกว่ามันเกินความจำเป็น โทรศัพท์สาธารณะก็มีอยู่ทั่ว การเดินไปคุยไปนั้นมันก็ไม่งาม มีเรื่องอะไรรีบร้อนนักหนา ยืนคุยกันก่อนสักพักก็ได้ และยิ่งเห็นใครคุยโทรศัพท์ขณะขับรถนั่นยิ่งน่าเป็นห่วง แค่ใส่ใจกับเหตุการณ์รายทางก็ว่าระวังยากยังแบ่งสมาธิไปหาเสียงในเครื่องนั่นอีก ยิ่งขี่มอ'ไซค์ใช้มือข้างเดียวประคองแฮนด์เห็นแล้วก็ชวนให้ใคร่รู้ว่าเรื่องที่คุยนั่นมันสำคัญขนาดวางมืออีกข้างไปบังคับรถไม่ได้เชียวหรือ
ตั้งแต่มีมือถือเรื่องทั้งหมดที่กล่าวผมทำหมดและรู้ด้วยว่าเรื่องที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อคุยนั้นคือแค่อยากรู้ว่า "กินข้าวหรือยังครับ"
แน่นอนว่าไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงไปกว่าคนที่เราคิดถึงอยู่ยังไม่ได้ทานข้าว แค่หยิบมือถือขึ้นมาแล้วส่งเสียงตามหัวใจก็ได้รู้
ง่ายดาย,ทันอกทันใจ และแม้อยู่ไกลแค่ไหนเสียงแห่งความห่วงใยก็ส่งผ่านไปถึง
แล้วจู่ๆผมก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
เราคุยกันมากเกินไปไหม มองข้ามอะไรไปหรือเปล่า และเข้าสู่โลกส่วนตัวโดยไม่สนคนรอบตัวนานเท่าไหร่แล้ว
ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่กันอย่างไร ทั้งที่มีเพียงจดหมายกับการรอคอย
อย่างหนึ่งที่ผมชอบจดหมายนั้นคือผมไม่คิดว่าจะมีใครเขียนจดหมายมาทะเลาะกัน ยิ่งกับคนที่รอคอยจดหมายด้วยแล้วจะมีความสุขมากเมื่อได้รับจดหมาย
แต่แปลกที่ผมเคยเห็นคนทะเลาะกันเพียงเพราะคนหนึ่งรอคอยเสียงอีกเสียงจากโทรศัพท์อีกเครื่อง ทั้งที่ไม่ได้รับเพียงแค่หนึ่งวัน
เราไม่คุ้นชินกับการรอคอย? และจะถึงขั้นเกลียดเวลารอเลยไหม?
อะไรที่เร็วทันใจจะฉุดลากหัวใจให้ไหวเอนง่ายง่ายได้หรือเปล่า?
...
ไม่รู้สิ, ผมอาจจะคิดมากเกินไป จึงเขียนเรื่องนี้ไว้ในวันที่มีโทรศัพท์สองเครื่อง...