2007/Aug/09

ราวสองเดือนก่อน ณ ตำแหน่งเดียวกันนี้ เหล่าปะกากญอหนุ่มเดินลุย ฝ่าว่ายโผนข้ามสายน้ำกกที่ไหลเอื่อย ก่อนจะปีนหินก้อนใหญ่กลางลำน้ำแล้วกระโจนทิ้งตัวลงน้ำ เสียงหัวเราะกระจายทั่วคุ้งและกระเซ็นเปื้อนหัวหูผู้นั่งดูอยู่บนฝั่ง

อดีตนักกระโดดสะพานข้ามคลองเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ชักคันขาคันแข้ง อยากจะออกไปแสดงให้รู้ว่าหินก้อนสูงขนาดนี้มันต้องลังกาหลังเว้ยถึงจะเจ๋ง แต่ด้วยวัยและหัวใจที่พร่องความคะนองแถมยังโรยราความสนุก จึงทำได้แค่สาดรอยยิ้มคืนกลับ 

หรือว่าบางทีอาจเพราะมีบางอย่างกางกั้นทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปต่อไมตรี เหมือนครั้งหนึ่งที่เขาหิ้วรองเท้าฟุตบอลตระเวนหาสนามตามหมู่บ้านจนเจอที่ที่เหล่านักเตะกำลังฟาดแข้งอย่างสนุกสนาน เขาหยุดรถและถือรองเท้าเดินเข้าไปใกล้ แต่ทำได้แค่นั้น ไม่ได้ใส่รองเท้า เลือกที่จะนั่งดูจนมืดจึงหิ้วรองเท้ากลับและไม่คิดที่จะไปหาสนามเล่นฟุตบอลที่ไหนอีกเลย

ถัดจากกระโดดหินก็ย้ายไปโหนเถาไม้ที่โยงจากต้นริมตลิ่ง ไล่จับแล้วจึงจูงวัวที่ปล่อยเล็มหญ้าใกล้ๆกลับบ้าน ชายบนฝั่งได้แต่มองตามจนลับตา

...

วันนี้ลำน้ำกกไหลแรง ขุ่นแดง และเอ่อล้น สายน้ำจมหินก้อนใหญ่และกลืนเสียงหัวเราะของเหล่านักกระโจนน้ำ มีแต่เสียงหวู่หวืดของกระแสน้ำที่เชี่ยวผ่านพงไม้หญ้าน้ำ นานๆทีจึงจะมีเรือนำนักท่องเที่ยวแล่นผ่านเร่งเครื่องเสียงกลบคุ้งน้ำ

หลังลงข้าวช่วงต้นฝน พ่นยาและดูแลให้ข้าวยืนได้แล้ว จึงถึงเวลาที่เหล่าชาวปะกากญอเดินออกนอกตัวหมู่บ้าน มีบ้างไปรับจ้างถางไร่ หรืออาจไปไกลจนถึงเมืองใหญ่เมืองหลวง

ทั้งหนุ่มและสาว อาจทั้งตั้งใจและมีใครชวน เมื่อมีโอกาสเดินสู่โลกกว้างใครล่ะจะไม่อยากคว้าไว้ ยิ่งเมืองใหญ่ที่เป็นมหานครนั่นแล้ว เขาว่าแสงไฟสีสวยกว่าแสงดาวที่บ้านบนเขาเสียอีก

ไม่ช้านานบ้านป่าก็อยู่ห่างไกลและยากที่จะไปถึง "เขาห้ามลางานเกินสามวันแม่ก็รู้ เดินทางไปก็หนึ่งวันละ ไหนจะขากลับอีกล่ะก็อีกวันนึง แล้วจะให้ไปอยู่บ้านทำไมแค่วันเดียว คิดถึงก็รู้อยู่ แต่ต้องเข้าใจว่าหนูต้องทำงาน เอาเป็นว่าจะส่งเงินกลับไปให้ก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็โทร.มา แค่นี้นะ เขาห้ามคุยโทรศัพท์ในเวลางาน"

ไม่ใช่เฉพาะปะกากญอ หลายคนที่ทิ้งกระแสน้ำของถิ่นเกิดแล้วมาเผชิญกระแสน้ำของเมืองหลวงที่เชี่ยวแรงและไม่มีวันเอื่อยช้า เพราะมีบางอย่างดึงและดันให้ไปข้างหน้าอย่างเดียว ทั้งที่รู้แต่มันต้านไม่ไหว ดูรอบๆสิใครๆเขาก็เร่งเดินกัน ทันไม่ทันไม่รู้ขอให้เห็นหลังของเขาบ้างก็ยังดี ไม่มีก็ยืมและไม่ใช่เรื่องยาก แน่นอน...ใครๆเขาก็ทำกัน สุดท้ายมันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ดึงรั้งให้การกลับบ้านเป็นเรื่องยากขึ้น

...

เราอาจมีแม่น้ำคนละสาย และความไหลเชี่ยวก็อาจแตกต่าง

เนิ่นนานเท่าไรแล้วที่คลองหน้าบ้านขาดเสียงหัวเราะ บึงห้วยหลังบ้านไร้แสงไฟฉายสาดส่อง ทั้งคลองและบึงไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงนั่นหรอก มีแต่คนที่รออยู่บนบ้านเท่านั้นที่รู้

Comment

Comment:

Tweet


time for home ฦ
#12 by T o' M @ ZZ u ครับ At 2007-08-14 23:06,
ทำให้นึกถึงบรรยากาศ ที่สดชื่นจริงๆ

ทำให้หวนนึกถึงในวัยเด็กอีกครั้งคับ

ธรรมชาติจะถูก มนุษย์ เรากลืนกิน

จะมีแค่ ตึก และ คลอง ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ อีกแล้ว

.
#11 by Q... At 2007-08-11 00:04,
อยู่เชียงรายเหรอค่ะ



เพื่อนเรียนที่เชียงรายค่ะ
อยู่อำเภอบ้านดู่

กลัวไปไม่ถูกเหมือนกันค่ะ เพราะว่าไปคนเดียว
แบบว่ากลัวรถเค้าไม่จอดให้ลง

อิอิ

ฝันดีนะค่ะ
#10 by LokMreDome At 2007-08-10 23:17,
มาแซวๆๆ

ดีนะที่ไม่แซวด้วยว่า เราทื่อๆ จนบอกไม่ถูกเหมือนกัน 555+
#9 by นางสาวความสุข At 2007-08-10 23:01,
หนังเรื่องที่คุณบอกมา
ยังไม่เคยดูค่ะสงสัยจะเกิดไม่ทัน
ฝันดีค่ะคืนนี้
#8 by sofa At 2007-08-10 22:36,
อ่านแล้ว..สะเทือนใจ

แต่ก็รู้สึกดีใจ..ที่ฉันไม่ปล่อยให้เกิดช่องว่างในความห่างระหว่างฉันและครอบครัว
#7 by |:| ShaKo |:| At 2007-08-10 13:25,
อ่านแล้วคิดถึงบ้านที่บ้านนอกจริง ๆ
เป็นกระแสที่มีผู้คนเวียนว่ายอยู่มากมาย และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คงมีตัวเรารวมอยู่ด้วย
น่าเศร้านะที่ทุกวันนี้เราต้องแลกความสุขสบาย (เงินตรา) มาด้วยความสุขของตนเองและคนรอบข้าง
ปล.อ่านแล้วสะเทือนใจนะเนี้ย น้ำตาป้าหมูจะไหล
#5 by ป้าหมู At 2007-08-10 08:23,
ภาพแบบนี้ในปัจจุบันคงหาดูยากนะค่ะ



หรืออาจจะไม่มีเลย




อยากโดน้ำคลอง แต่ว่ายน้ำไม่เป็น

เหอ เหอ
#4 by LokMreDome At 2007-08-10 00:12,
บ้านคุณน่าอยู่จัง
#3 by sofa At 2007-08-09 23:08,
ช่องว่างของคนต่างวัย

ส่วนตัวก็ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว แต่ก็เจอพ่อแม่บ่อมาก ประมาณเดือนละหน เพราะเค้าเลือกที่จะมาหาเอง ไม่ยอมให้เรากลับ แถมบอกอีกว่า ส่งเงินให้พ่อแม่ใช้เยอะๆ เที่ยวเยอะๆ ดีกว่า

พ่อแม่เราชอบทัวร์ค่ะ
#2 by นางสาวความสุข At 2007-08-09 20:49,
เขียนได้ดีค่ะ
เปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงไปได้ดีทีเดียว
นับถือๆ
#1 by yummyschool จำกันได้บ่. At 2007-08-09 20:30,