ราวสองเดือนก่อน ณ ตำแหน่งเดียวกันนี้ เหล่าปะกากญอหนุ่มเดินลุย ฝ่าว่ายโผนข้ามสายน้ำกกที่ไหลเอื่อย ก่อนจะปีนหินก้อนใหญ่กลางลำน้ำแล้วกระโจนทิ้งตัวลงน้ำ เสียงหัวเราะกระจายทั่วคุ้งและกระเซ็นเปื้อนหัวหูผู้นั่งดูอยู่บนฝั่ง
อดีตนักกระโดดสะพานข้ามคลองเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ชักคันขาคันแข้ง อยากจะออกไปแสดงให้รู้ว่าหินก้อนสูงขนาดนี้มันต้องลังกาหลังเว้ยถึงจะเจ๋ง แต่ด้วยวัยและหัวใจที่พร่องความคะนองแถมยังโรยราความสนุก จึงทำได้แค่สาดรอยยิ้มคืนกลับ
หรือว่าบางทีอาจเพราะมีบางอย่างกางกั้นทำให้เขาไม่กล้าเข้าไปต่อไมตรี เหมือนครั้งหนึ่งที่เขาหิ้วรองเท้าฟุตบอลตระเวนหาสนามตามหมู่บ้านจนเจอที่ที่เหล่านักเตะกำลังฟาดแข้งอย่างสนุกสนาน เขาหยุดรถและถือรองเท้าเดินเข้าไปใกล้ แต่ทำได้แค่นั้น ไม่ได้ใส่รองเท้า เลือกที่จะนั่งดูจนมืดจึงหิ้วรองเท้ากลับและไม่คิดที่จะไปหาสนามเล่นฟุตบอลที่ไหนอีกเลย
ถัดจากกระโดดหินก็ย้ายไปโหนเถาไม้ที่โยงจากต้นริมตลิ่ง ไล่จับแล้วจึงจูงวัวที่ปล่อยเล็มหญ้าใกล้ๆกลับบ้าน ชายบนฝั่งได้แต่มองตามจนลับตา
...
วันนี้ลำน้ำกกไหลแรง ขุ่นแดง และเอ่อล้น สายน้ำจมหินก้อนใหญ่และกลืนเสียงหัวเราะของเหล่านักกระโจนน้ำ มีแต่เสียงหวู่หวืดของกระแสน้ำที่เชี่ยวผ่านพงไม้หญ้าน้ำ นานๆทีจึงจะมีเรือนำนักท่องเที่ยวแล่นผ่านเร่งเครื่องเสียงกลบคุ้งน้ำ
หลังลงข้าวช่วงต้นฝน พ่นยาและดูแลให้ข้าวยืนได้แล้ว จึงถึงเวลาที่เหล่าชาวปะกากญอเดินออกนอกตัวหมู่บ้าน มีบ้างไปรับจ้างถางไร่ หรืออาจไปไกลจนถึงเมืองใหญ่เมืองหลวง
ทั้งหนุ่มและสาว อาจทั้งตั้งใจและมีใครชวน เมื่อมีโอกาสเดินสู่โลกกว้างใครล่ะจะไม่อยากคว้าไว้ ยิ่งเมืองใหญ่ที่เป็นมหานครนั่นแล้ว เขาว่าแสงไฟสีสวยกว่าแสงดาวที่บ้านบนเขาเสียอีก
ไม่ช้านานบ้านป่าก็อยู่ห่างไกลและยากที่จะไปถึง "เขาห้ามลางานเกินสามวันแม่ก็รู้ เดินทางไปก็หนึ่งวันละ ไหนจะขากลับอีกล่ะก็อีกวันนึง แล้วจะให้ไปอยู่บ้านทำไมแค่วันเดียว คิดถึงก็รู้อยู่ แต่ต้องเข้าใจว่าหนูต้องทำงาน เอาเป็นว่าจะส่งเงินกลับไปให้ก็แล้วกัน ขาดเหลืออะไรก็โทร.มา แค่นี้นะ เขาห้ามคุยโทรศัพท์ในเวลางาน"
ไม่ใช่เฉพาะปะกากญอ หลายคนที่ทิ้งกระแสน้ำของถิ่นเกิดแล้วมาเผชิญกระแสน้ำของเมืองหลวงที่เชี่ยวแรงและไม่มีวันเอื่อยช้า เพราะมีบางอย่างดึงและดันให้ไปข้างหน้าอย่างเดียว ทั้งที่รู้แต่มันต้านไม่ไหว ดูรอบๆสิใครๆเขาก็เร่งเดินกัน ทันไม่ทันไม่รู้ขอให้เห็นหลังของเขาบ้างก็ยังดี ไม่มีก็ยืมและไม่ใช่เรื่องยาก แน่นอน...ใครๆเขาก็ทำกัน สุดท้ายมันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ดึงรั้งให้การกลับบ้านเป็นเรื่องยากขึ้น
...
เราอาจมีแม่น้ำคนละสาย และความไหลเชี่ยวก็อาจแตกต่าง
เนิ่นนานเท่าไรแล้วที่คลองหน้าบ้านขาดเสียงหัวเราะ บึงห้วยหลังบ้านไร้แสงไฟฉายสาดส่อง ทั้งคลองและบึงไม่รับรู้ความเปลี่ยนแปลงนั่นหรอก มีแต่คนที่รออยู่บนบ้านเท่านั้นที่รู้
เป็นกระแสที่มีผู้คนเวียนว่ายอยู่มากมาย และหนึ่งในจำนวนนั้นก็คงมีตัวเรารวมอยู่ด้วย