ผมเป็นเด็กขี้อาย ต่อเมื่อได้เข้าโรงเรียนจึงค่อยดีขึ้น
ในช่วงวิชาขับร้อง หรือเขียนคำตอบลงในช่องว่างให้ถูกต้องของวิชาภาษาไทยก็ไม่ขัดเขินที่จะออกไปหน้าชั้นเรียน ยิ่งเมื่อไรที่ได้แก้โจทย์วิชาคณิตศาสตร์ ผมมักจะได้ออกไปแสดงวิธีทำสม่ำเสมอ และทุกครั้งที่ออกไปผมมั่นใจว่าทำได้ดี
ผมชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งเพระครูที่สอนและตอนสอบได้เกรดสี่
แม้ทุกวันนี้ทั้งชีวิตและการงานไม่ได้พาดผ่านกับคณิตศาสตร์มากนัก แต่สิ่งที่ยืนยันได้ว่ามีอดีตที่ดีและเคยผูกพันคือผมเขียนเลขสวย (โดยดูได้จากโพยหวยของแม่)
ผมไม่แน่ใจนักว่าเหตุใดเมื่อเติบโตขึ้น ระยะห่างระหว่างผมกับสมการและการหารคูณลบบวกจึงถ่างกว้างเพิ่มขึ้นทุกที
อาจเริ่มจากช่วงวัยที่รู้สึกว่ามีหลายเรื่องน่าสนใจ น่าค้นหามากกว่าตัวเลขและสูตรต่างๆ และกว่าจะรู้ตัวคณิตศาสตร์กับผมก็ห่างเหิน จนยากเกินจะปรับความเข้าใจ ไม่ถึงกับหันหลังให้ แต่หน้าและใจก็เบือนหนี
จากเด็กที่หลงรักตัวเลขก็เริ่มมีคำถามแปลกๆกับเพื่อนหัวอกเดียวกัน จะเรียนไปทำไมเรื่อง ตรีโกนมิติ ถอดรูธ เลขยกกำลัง ในเมื่อเวลาไปซื้อของก็ใช้แต่บวกลบ ใช้การคูณในบางเรื่องหรืออย่างมากใช้การหารตอนร้านเหล้าปิด...เอ่อ...ขี้เกียจตามทวงน่ะ
เราจะรู้ค่าสิ่งของที่มีอยู่ในมือ ก็ต่อเมื่อสูญเสียมันไป
กับชีวิตที่สะเปะสะปะทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วคณิตศาสตร์ไม่ได้บอกสอนและท่องจำเพียงแต่ตัวเลขและสูตรต่างๆ แต่หากคือการจัดระบบความคิด ชีวิต และการกระทำให้เป็นระเบียบ
เปรียบปัญหาชีวิตคือโจทย์คณิตศาสตร์ ในการแก้ปัญหาจำเป็นต้องใช้วิธีคิดอย่างมีเหตุผลเป็นตรรกะ มีที่มาและมีที่ควรจะไปเมื่อมีปัญหาได้ย่อมมีวิธีแก้ไข ขอเพียงแต่ใช้สติและวิธีทำที่ถูก
เขียนโจทย์-แสดงวิธีทำ-ผลลัพท์ คือใจความหลักของคณิตศาสตร์ แต่ละปัญหาก็ใช้วิธีทำต่างกัน และแน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีคำตอบของชีวิตแตกต่างกันได้เช่นกัน อยู่ที่ว่าคุณจะพอใจกับผลลัพธ์นั่นหรือเปล่าเท่านั้น
บางคำตอบอาจต้องใช้เวลามากและหลากวิธี
ในวันที่ใครช้าคือแพ้ การมองแค่ผลลัพธ์และใครที่ใช้เวลาน้อยที่สุดคือผู้ชนะ เราจึงเห็นผู้เคยใหญ่บางคนทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้เร็วที่สุด
ผิด-ถูกไม่รู้ ขอแค่ได้คำตอบมาเป็นพอ
เมื่อมองแต่การปลิดลูกโดยไม่สนใจวิธีปลูก ไหนเลยจะเข้าใจความหอมหวานของไม้ผล และยิ่งกว่านั้นคือการปลูกฝังค่านิยมวิธีลัด
ใครคนนั้นย้อนถามว่าแล้วมันได้ผลลัพธ์หรือเปล่า มันคือการแก้ปัญหาทางหนึ่งใช่ไหม?
ใช่ ถ้าอยากได้แค่สิ่งนั้น โดยไม่สนใจวิธีที่ได้มา
อย่ากล่าวว่าเด็กที่ทำตาม เพราะเขาจะอ้างได้ว่าเหล่าเขามองจากผู้นำ
...
ในวัยของนักฝันและวันที่ไม่มีครูคอยขานเรียก
ผมตั้งโจทย์ฝันขึ้นมามากมาย หลายฝันยังค้างเติ่งและหลายฝันที่ต้องเก็บพับทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มลงมือ เพียงเพราะกลัวว่าถ้าทำแล้วจะไม่ตรงกับคำตอบของคนรอบข้าง
คิดถึงเด็กชายที่มักยกมืออาสาแล้วเดินออกไปแก้โจทย์ที่กระดานดำ
เด็กชายที่ไม่หวั่นเกรงกับคำตอบ ขอเพียงแค่ได้แสดงวิธีทำ
ผมเฝ้าคอยเด็กชายคนนั้นก่อนที่เสียงออดจะดังให้รู้ว่าหมดเวลา
..