สิบสองชั่วโมงบนเรือกับอีกหนึ่งชั่วโมงที่ ต.ม.
เมื่อพ้นโค้งน้ำ...
เราถูกต้อนรับด้วยแสงทองสุดท้ายของวันที่ฉาบทาผืนฟ้าผืนน้ำให้เป็นสีเดียวกัน
แนวเขาเทาทะมึนเบื้องหลังขับสะพานใหญ่ที่เชื่อมเมืองทั้งสองฝั่งให้ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดที่เริ่มโรยตัวห่อคลุมเมือง
แสงไฟไล่สีบนราวและเส้นสายที่ขึงยึดเสากับตัวสะพานก็มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาจับจ้องเพียงที่เดียว
เรือจอดเข้าท่าฯ การตรวจค้นหายาเสพติดด้วยสุนัขตำรวจเสร็จสิ้น
เดินขึ้นมาบนถนน โบกแท๊กซี่...บอกจุดหมายที่พัก
คนขับตอบกลับว่า@#%$^^&#@*.+๑๓~@$$+%&(~/+-&^$#!
เรายิ้มแหย สายตามองหาที่พึ่ง และนึกในใจ นี่น่ะเหรอวะเมืองจีน....นี่น่ะเหรอวะเชียงรุ้ง
...
การงานและ/หรืออะไรบางอย่าง นำพาชีวิตที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยทวนกระแสน้ำโขงกว่าสามร้อยกิโลเมตรมาจนถึงเมืองหลวงของแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน
ถ้าไม่นับการก้าวข้ามเสาบอกเขตแดนไทย-ลาวบนยอดภูชี้ฟ้ากับการข้ามด่านท่าขี้เหล็ก เข้าประเทศพม่าแล้ว ถือว่า นี่คือการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของผม
เมืองแห่งขุนเขานี้มีเนื้อที่ 95 % เป็นภูเขา อีก 5 % ที่เป็นที่ราบและเป็นที่ตั้งของตัวเมือง
เนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตรบรรจุห้างร้าน โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่พยาบาล สถานบันเทิง ถนน และยวดยานไว้คับคั่ง
เช่นเดียวกันกับเมืองท่องเที่ยวทั่วไป คนท้องถิ่นหรือชาวเผ่าดั้งเดิม เช่นชาวไต(Dai) ถูกแรงของทุนนิยมขับดันให้ออกนอกตัวเมือง
ตึกใหม่ใหญ่สูงรุกคืบแทนที่บ้านไม้มีใต้ถุน ซึ่งคงไม่นานบ้านไม้เหล่านี้คงถูกย้ายเข้าในพิพิธภัณฑ์เพื่อให้นักท่องเที่ยวจ่ายเงินเข้าดู! นี่ยังไม่ได้กล่าวถึงกลุ่มชนที่ต้องแต่งตัวเหมือนกับมีงานประเพณีทุกวัน ฉุดเอาการงานที่คุ้นเคยออกจากวิถี แสดงบางอย่างเพื่อแลกกับเงิน.....
เงินที่ใครบางคนบอกว่าคือพระเจ้า แล้วกับชาวเผ่าที่นับถือผีล่ะ?
บางครั้งเราก็ทำเรื่องง่ายให้ซับซ้อนโดยอ้างความจำเป็นในความคิดของตัวเอง
....
หลังจากไกด์หนุ่มทำหน้าที่ติดต่อธุระและพาทัวร์เมืองคร่าวๆ
วันนี้ผมมีเวลาว่างครึ่งวันกับการทำความรู้จักเมืองแห่งนี้ให้คุ้นเคยขึ้น
ราคาค่าเช่าจักรยาน 20 หยวนต่อวัน (ประมาณ 100 บาท) กับแผนที่ราคา 5 หยวนนับเป็นทางเลือกที่ดี สำหรับคนมีแรงเหลือ
ถนนที่นี่ถูกสร้างให้มีช่องทางให้เหล่านักปั่นประดามี ทั้งนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า แม่ค้า พนักงานออฟฟิศ คนงานก่อสร้าง นักท่องเที่ยว ฯลฯปั่นได้เต็มที่ นอกจากประหยัดพลังงานและไม่สร้างมลภาวะแล้ว ร่มเงาของต้นไม้ตามรายทางก็น่ารื่นรมย์ไม่หยอกยังรวมถึงความร้ายแรงของอุบัติเหตุจากจักรยานที่อย่างมากก็แขนขาถลอกถ้าปล่อยใจและสายตาเผลอเรอ
ใครคนนึงว่าไว้ ยิ่งมาเร็วเท่าไร ยิ่งไปเร็วเท่านั้น
แม้จะมีต้นไม้มากแต่แดดบ่ายก็เผาหน้าดำๆของนักหัดปั่น...ให้แดง หรือที่แดงเพราะฤทธิ์ของเบียร์กระป๋องละ 3 หยวน 2 กระป๋อง...ผมไม่แน่ใจนัก
ย่ำเย็น...อาจเพราะที่นี่มีหลายแยกหลายวงเวียน การปั่นหาร้านเพื่อคืนจักรยานจึงเป็นเรื่องยากกว่าปั่นเที่ยวมั่วๆ
ถึงจะพูดคนละภาษาแต่เมื่อมีใครหน้าเหรอหราเข้าไปถามเส้นทางมีหรือคนถูกถามจะใจดำบอกปัดความช่วยเหลือ
เมื่อผมกางแผนที่ให้ดูเขาจึงรู้ว่ามีภาระเข้าแล้ว
แม้จะหาร้านไม่เจอแต่น้ำใจก็คือแรงหนึ่งของนักเดินทางที่ทำให้หัวใจชุ่มชื้น
เมื่อจวนตัวผมจำต้องจึงบ่ายหน้าเข้าหาตำรวจ นั่นแหละจึงรู้ว่าแค่ผมปั่นเลยจุดที่จอดถามไปนิดเดียวก็ถึงร้าน
......
ความทรงจำที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง บางครั้งเราจำเป็นต้องก้าวเดินแสวงหา
ในยุคสมัยที่วัยหนุ่ม-สาวมุ่งหมายกับการเดินทางมากกว่าเดินไปมาในห้างสรรพสินค้าที่ทื่อและเย็นชาสถานที่แปลกใหม่จึงน่าตื่นตาไปทุกสิ่งน่าสนใจไปทุกอย่าง
แต่จำไว้อย่างหนึ่งเถิดนักเดินทางเอ๋ย...จงตรวจสอบเวลาให้ดี แล้วปรับเวลาให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น
ถ้าคุณไม่อยากตกเรือ...