อธิคม คุณาวุฒิ เขียนไว้ดังนี้
ผมไม่มั่นใจว่าระหว่างสมหวังกับผิดหวัง อย่างไหนที่แวะเวียนเข้ามาทายทักชีวิตมากกว่ากัน
ถ้ามองชีวิตตอนนี้ก็สุขสบายดี แต่จะสมหวังหรือเปล่านั้น ผมไม่แน่ใจ
แต่ที่แน่ๆก็คือ ความผิดหวังจากการคาดหวังที่มากมายนั้น ทำร้ายและทำลายความรู้สึกอย่างฉกาจฉกรรจ์ ตัวอย่างง่ายๆที่รับรู้ถึงความผิดหวังคือผลของการสอบต่างๆ ทั้งตอนเป็นนักเรียนหรือตอนเป็นนัก(ริ)รัก
บางความผิดหวังสร้างบาดแผลให้ความรู้สึก จนถึงขนาดไร้เรี่ยวแรงที่จะลุกยืนและไม่อยากหวังอะไรอีกต่อไป เป็นไปได้เมื่อดวงตาพร่ามัว มองเห็นก็แต่การสลายตัวของความหวัง
อะไรที่คิดว่าช่วยสมานบาดแผลได้ถูกนำเข้ามาเยียวยา บางคราวอะไรที่ว่านั้นเหมือนกับจะเป็นสิ่งที่ช่วยได้ แต่เมื่อสติกลับคืนความผิดหวังก็เข้าจู่โจมอีก ซ้ำเวียนอยู่เช่นนี้ทุกค่ำ-เช้า
เวลาจะทำให้ดีขึ้น อย่างน้อยระยะเวลาที่ห่างออกจากช่วงผิดหวังก็ทำให้ความผิดหวังเลือนลง อย่างน้อยเวลาก็ทำให้น้ำตาแห้งหายจากดวงตาได้และทำให้มองเห็นอย่างอื่นมากขึ้น
กว่าจะข้ามพ้นความผิดหวังเป็นเรื่องสาหัส แต่ขอให้อดทนเถิดและเมื่อถึงวันที่สามารถยืนหยัดได้อีกครั้ง เชื่อเถอะว่าเมื่อนั้นหัวใจจะมีภูมิต้านทานความผิดหวัง ความรู้สึกจะแข็งแรงมากขึ้น สามารถมองเรื่องผิดหวังที่ผ่านได้เข้าใจและแจ่มชัด
แน่นอนว่าคนเราจำเป็นต้องมีความหวัง แม้จะเป็นช่วงวัยที่ไฟแห่งชีวิตเริ่มมอดลงก็ขออย่าให้ประกายไฟในดวงตามอดลงไปด้วย...เป็นพอ
......................
..............ไม่มีวันแพ้.............
พอส
ฝันในวันนั้นที่ดูเหมือนไกลกว่านี้
วาดมันไว้สวยแม้ยังไม่สบสักที
นานหน่อยสักนิดเป็นไรไม่ยอมแค่นี้
ไม่ใช่ท้อแค่รอ ค่อยๆเติมมันต่อยังไม่พอ
พยายามอีกนิดก็คงดี
+ เมื่อเผลอล้มไป เจ็บลึกเดี๋ยวก็หาย
ผิดหวังถึงไงไม่ร้องไห้
ฝันแล้วฉันต้องทำได้ เรื่องมันแค่นี้
++ ไม่มีวันแพ้ แม้ต้องล้มอีกซักที
ร้อนหรือหนาวมันต้องมี กันทุกคนอยู่แล้ว
จะไม่ยอมแพ้ แม้ไม่เห็นมีวี่แวว
ถึงเหลือลมหายใจแผ่ว ก็ไม่กลัวอยู่แล้ว
แม้ว่าวันนี้จะดูไม่มีความหวัง
แม้ว่าหลายครั้งไม่เคยสำเร็จ สักที
จะเหนื่อยแค่ไหนเป็นไรไม่ยอมแค่นี้ไม่ใช่ท้อแค่รอค่อยๆเติมมันต่อยังไม่พอ
พยายามอีกนิดก็คงดี