2010/Nov/04

จาก บ้านนอก
ถึง กรุงเทพฯ
       สวัสดีครับ ตอนนี้ล่วงเข้าสู่วันใหม่มาสักชั่วโมงแล้ว อากาศดี เย็น-ลมโชย ไม่รู้ว่าลมฝนหรือลมหนาวหลงฤดู
       เสียงลมพัดกอไผ่ข้างบ้านฟังแล้วเหงา-ดีจัง ทั้งที่เมื่อตอนกลางวันจนดึกอากาศยังอบอ้าว เหนียวหนึบหนับกับเหงื่อที่ซึมไหลทั้งวัน ก่อนหน้านี้ซัก 2-3 ชั่วโมง ยังต้องชุบแป้งเย็นก่อนเข้านอนอยู่เลย แต่พอเวลาเปลี่ยนเข้าสู่อีกวันก็เหมือนไม่ใช่ค่ำคืนเดียวกัน
       รอฝนอยู่ทุกวัน บวบกำลังงามถ้าได้ฝนมาเติมความชุ่มชื้นให้ทั่วแปลง บวบน่าจะงามกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้รดน้ำบวบนะ รดทุกวันเลยล่ะ แต่ก็เฉพาะต้นบวบเท่านั้นที่ได้กินน้ำ รอบๆแปลงและไกลออกไปหน่อยก็ไม่ชุ่มน้ำ แดดก็แรงซะด้วยทำให้ดินแห้งเร็ว หวังว่าบวบจะไม่แห้งเร็วเท่ากับดินนะ
       แปลงบวบเริ่มเห็นเป็นแปลงบวบแล้ว แต่คงไม่รีบทำให้แปลงเสร็จเร็วหรอก กลัวว่าถ้าเสร็จแล้วจะไม่มีอะไรให้ทำ คนที่ว่างงานอยู่แล้วจะว่างงานมากขึ้น เลยทำทีละน้อยทีละนิด จนกว่าจะมีเรื่องให้ทำต่อเนื่อง(มองใกล้ไกลเหมือนคนขี้เกียจเลย)
       ระหว่างตักน้ำรดบวบเหลือบเห็นลูกอ๊อดในบ่อ เลยหาเรื่องทำต่อจากโครงการพันร้าน(บวบ) ชวนยายถือตะกร้า คว้าสวิง ไปหนองน้ำในนาที่อยู่ป่าท้ายหมู่บ้านทันที หลังเซิ้งสวิงกันประมาณหนึ่งชั่วโมงแต่ไม่ได้ลูกกบดังที่คาด ยายจึงคาดการณ์เอาเองว่า ลูกกบคงกลัวจนหางหดหนีน้ำไปหมดแล้ว (ที่จริงยายบอกแค่ว่าลูกกบคงโตพอที่จะขึ้นฝั่งได้แล้วเท่านั้นแหละ เคยได้ยินเรื่องลูกอ๊อดกัดหางตัวเองไหม?)
       ขึ้นจากหนองน้ำยายเลยเข้าป่าหาหน่อไม้(ป่าท้ายหมู่บ้านนั่นแหละ) เข้าไปสักพักยายลากหน่อไม่มาหลายหน่อ รอตอนเย็นคงได้เมนูหน่อไม้ต้มจิ้มน้ำพริกปลาร้า(น้ำลายสอเลยล่ะสิ) ได้หน่อไม้พอต้มดูยายไม่พอใจเท่าไหร่ บอกว่าป่าน...นี้หน่อไม้บนเขากำลังแทงหน่อ อยากไปหาหน่อไม้ไหม? มาเที่ยวอีกสิ จะพาไปหาหน่อไม้ เอ้อ...บนเขาน่าจะมีเห็ดด้วย นอกจากหน่อไม้อาจได้เห็ดติดตะกร้ามาด้วย แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านางเติมเห็ดลงไปหน่อย กินข้าวได้หลายจานเชียวล่ะ นะ...มาเที่ยวอีกนะ
        อยู่ที่บ้านเกือบเดือนแล้ว เริ่มเบื่อน่าจะเป็นเพราะไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนรู้สึกว่าความรู้ที่ไม่ค่อยมีกำลังจะหดหาย และเลือนลางไหลไปกับวิถีชีวิตอย่างนี้ ถ้าแปลงบวบเสร็จคงจะเคว้งๆแน่ ตอนนี้ยังอ้างพ่อ-แม่ได้ว่าไม่ได้ว่างงาน มีงานทำ แต่ไม่รู้ว่าจะอ้างได้อีกนานเท่าไหร่ คิดไว้แล้วว่าถ้าฝนมา ฝนหนัก น้ำหลากคงมีปลาให้เป็นข้ออ้างว่าหาปลาต่อไปได้อีกเดือนสองเดือน รอน้ำหลากอย่างเดียว
         สำหรับชาวนาหลังไถ-หว่าน-ดำนา เรียบร้อยก็จะไม่มีงานหนักให้ทำมากนัก เพียงคอยดูแลต้นกล้าและคุมหญ้าเท่านั้น เขาเหล่านั้นบางส่วนจะลงเมืองหาเงินสำรองจ่ายค่าปุ๋ยค่ายาฆ่าหญ้า คนที่ไม่เข้าเมืองคงมีเหตุผลของเขาเองแต่เขาก็มีอะไรทำทุกวัน เหมือนกับยายที่มีอะไรให้ทำตลอดวัน (แน่นอนว่างานจะหนักมากขึ้นตั้งแต่มีหลานมาอาศัยด้วย...ใช่ไหม?) ยายมีฤดูกาลด้วยนะ ยายจะเข้าฤดูจำศีลช่วงเข้าพรรษา ทุกวันพระช่วงเข้าพรรษานี้ยายจะเข้าวัดและนัดแนะกับสมาคมของเขา (ยายมีแก๊งค์ของยายอยู่ นัดรวมตัวกันทุกวันพระเลยล่ะ) สมาคมนี้มีที่ทำการที่วัด จะประชุมกัน 1 วัน 1 คืน คือตื่นเช้ามืดเข้าวัดและจะกลับเช้ามืดวันถัดมา (แล้วหลานจะได้กินอะไรไหม ตั้งวันนึง) ก่อนที่สายๆยายและเดอะแก๊งค์จะไปหาอะไรให้หลานๆกิน เช่น หาหน่อไม้หรือหาเห็ด
       ป่านนี้คุณคงยุ่งกับงาน? และมีอะไรทำทั้งวัน รักษาสุขภาพด้วยนะ ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนในความหมายของการนอนให้เพียงพอ ถ้ามีเวลาว่างพอออกกำลังกายบ้างก็ดี
       ส่วนลอนดอนไม่ต้องรีบไปก็ได้แต่ต้องรีบกลับนะ
       มีคนรออยู่ พอจะรู้ตัวใช่ไหม?
 
      -เทคแคร์เช่นกัน-
             ผมเอง